เชิญชวนชาว Exteenบริจาคโลหิต เนื่องในวันบริจาคโลหิตโลก 14.มิย 52
posted on 12 Jun 2009 22:47 by variety-phet in My-Life
วัน ที่ 14 มิถุนายน ของทุกปี
ถูกกำหนดให้เป็น "วันบริจาคโลหิตโลก" (World Blood Donor Day)
เพื่อเป็นวันที่ระลึกถึง ดร.คาร์ล แลนด์สไตเนอร์ (Karl Landsteiner)
ผู้ค้นพบหมู่โลหิตระบบเอบีโอ เป็นครั้งแรก
ที่มา:http://www.pakxe.com/home/modules.php?name=Content&pa=showpage&pid=412
ขั้นตอนบริจาคโลหิต
ขั้นตอนที่ 1 กรอกแบบฟอร์มผู้บริจาคโลหิต
*ควรให้ข้อมูลตรงตามความเป็นจริงของผู้บริจาค จะทำให้ได้โลหิตที่มีคุณภาพ ปลอดภัย
ลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นทั้งต่อตัวผู้บริจาคเอง และตัวผู้ป่วย
รวมทั้งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในการรับบริจาคโลหิต
ขั้นตอนที่ 2
*บุคลากรทางการแพทย์ จะสอบถามประวัติผู้บริจาคเพิ่มเติม เพื่อวินิจฉัยเบื้องต้นว่าท่าน
มีสุขภาพพร้อมที่จะบริจาคโลหิตหรือไม่ โปรดอย่าปิดบังข้อมูลเรื่องสุขภาพ หรือเขินอายที่ จะตอบคำถาม
ขั้นตอนที่ 3 ลงทะเบียนรับหมายเลขถุงบรรจุโลหิต ที่เคาน์เตอร์ทะเบียน
ขั้นตอนที่ 4 บริจาคโลหิต (10-15 นาที)
*หลังบริจาคโลหิตจำเป็นต้องดื่มเครื่องดื่มที่เจ้าหน้าที่จัดไว้บริการให้ และนั่งพักสักระยะหนึ่ง
เพื่อให้ร่างกายได้ปรับสภาพน้ำในร่างกาย เมื่อปกติดีแล้วจึงเดินทางกลั
คุณสมบัติผู้บริจาคโลหิต
1. มีน้ำหนัก 45 กิโลกรัมขึ้นไป
2. อายุระหว่าง 17 ปี ถึง 60 ปีบริบูรณ์ ( ถ้าเป็นผู้บริจาคครั้งแรกต้องอายุไม่เกิน 55 ปี)
3. มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว ไม่อยู่ระหว่างไม่สบายหรือรับประทานยาใดๆ
4. ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ หรือติดยาเสพติด
5. สตรีไม่อยู่ในระหว่างมีประจำเดือน ตั้งครรภ์หรือ ให้นมบุตร และไม่มีการคลอดบุตรหรือแท้งบุตรภายใน 6
เดือนที่ผ่านมา
การเตรียมตัวก่อนบริจาคโลหิต
-นอนหลับให้เพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อเนื่อง ในเวลาปกติคืนก่อนวันบริจาค
-รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง และยาธาตุเหล็กเพิ่ม
-รับประทานอาหารมื้อหลักก่อนมาบริจาคโลหิต หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง
เนื่องจากจะทำให้สีของพลาสมาผิดปกติเป็นสีขาวขุ่น ไม่สามารถนำไปใช้ได้
-ดื่มน้ำ 3-4 แก้ว และเครื่องดื่มเหลวเพิ่ม เช่น น้ำผลไม้ นม น้ำหวาน เพื่อเพิ่มปริมาณโลหิตในร่างกาย
จะช่วยป้องกันอาการแทรกซ้อน เช่น มึนงง อ่อนเพลีย หรือวิงเวียนศีรษะภายหลังบริจาคโลหิต หลีกเลี่ยงชา
กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน
-งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนบริจาค
-งดสูบบุหรี่ ก่อนและหลังบริจาคโลหิต 1 ชั่วโมง เพื่อให้ปอดฟอกโลหิตได้ดี

ขณะบริจาคโลหิต
-สวมใส่เสื้อผ้าที่แขนเสื้อไม่คับเกินไป สามารถดึงขึ้นเหนือข้อศอกได้อย่างน้อย 3 นิ้ว
-เลือกแขนข้างที่เส้นโลหิตดำใหญ่ชัดเจน ที่สามารถให้โลหิตไหลลงถุงได้ดี ผิวหนังบริเวณที่จะให้เจาะ
ไม่มีผื่นคัน หรือรอยเขียวช้ำ ถ้าแพ้ยาทาฆ่าเชื้อ เช่น แอลกอฮอล์ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทราบล่วงหน้า
-ทำตัวตามสบาย อย่ากลัว หรือวิตกกังวล
-ไม่ควรเคี้ยวหมากฝรั่ง หรืออมลูกอมขณะบริจาคโลหิต
-ขณะบริจาคควรบีบลูกยางอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้โลหิตไหลได้สะดวก หากมีอาการผิดปกติ เช่น ใจสั่น วิงเวียน
มีอาการคล้ายจะเป็นลม อาการชา อาการเจ็บที่ผิดปกติ
ต้องรีบแจ้งให้พยาบาลหรือเจ้าหน้าที่ในบริเวณนั้นทราบทันที
-หลังบริจาคโลหิตเสร็จเรียบร้อย ห้ามลุกทันที ให้นอนพักสักครู่จนกระทั่งรู้สึกสบายดี จึงลุกไปดื่มน้ำ
และรับประทานอาหารว่างที่จัดไว้รับรอง

หลังบริจาคโลหิต
-ดื่มน้ำมากกว่าปกติ เป็นเวลา 1-2 วัน
-หลีกเลี่ยงการทำซาวน่า หรือออกกำลังกายที่ต้องเสียเหงื่อมากๆ งดใช้กำลังแขนข้างที่เจาะ
รวมถึงการหิ้วของหนักๆ เป็นเวลา 24 ชั่วโมง ภายหลังการบริจาคโลหิต
-ถ้ามีอาการเวียนศีรษะคล้ายจะเป็นลม หรือรู้สึกผิดปกติ ให้รีบนั่งก้มศีรษะต่ำระหว่างเข่า
หรือนอนราบยกเท้าสูงจนกระทั่งมีอาการปกติจึงลุกขึ้น และเดินทางกลับ ป้องกันอุบัติเหตุจากการล้ม
-ถ้ามีโลหิตซึมออกมาจากรอยผ้าปิดแผล อย่าตกใจ ให้ใช้นิ้วมืออีกด้านหนึ่งกดลงบนผ้าก๊อส
กดให้แน่นและยกแขนสูงไว้ประมาณ 3-5 นาที
หากยังไม่หยุดซึมให้กลับมายังสถานที่บริจาคโลหิตเพื่อพบแพทย์หรือพยาบาล
-ผู้บริจาคโลหิตที่ทำงานปีนป่ายที่สูง หรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล ควรหยุดพัก 1 วัน
-รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง และยาธาตุเหล็กที่ได้รับวันละอย่างน้อย 1 เม็ด จนหมด
เพื่อป้องกันการขาดธาตุเหล็ก
ที่มา: http://www.chomthai.com/forum/view.php?qID=2054
ปกติคนเราจะมีเลือดอยู่ในร่างกายประมาณ
70-80 มิลลิลิตรต่อน้ำหนัก 1 กิโลกรัม หากเรา เสียเลือดไม่เกิน 15%
เช่น บริจาคเลือด ก็จะไม่เกิดอันตรายต่อร่างกาย แต่ถ้าเราเสียเลือดเกิน 50%
แล้วไม่ได้น้ำเกลือ ไม่ได้พลาสมา
หรือน้ำเหลือง และไม่ได้เลือด ก็จะต้องเสียชีวิต..
ในการบริจาคเลือดแต่ละครั้ง ควรทิ้งช่วง 3 เดือน ซึ่งเลือดที่บริจาคไป
ไม่ เพียงแต่ทำให้ได้ เลือดไปช่วยชีวิตผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังสามารถแยกเป็นพลาสมา
หรือน้ำเหลืองไปช่วยผู้ป่วยได้อีกทางด้วย…
เลือดที่บริจาคมีทั้งเม็ดเลือดแดง และน้ำเหลือง
ปกติเราก็จะนำเลือดของผู้บริจาคมาปั่น แยกเป็นเม็ดเลือดแดง และน้ำเหลือง
ถ้ามีอุบัติเหตุเข้ามา แพทย์ส่วนใหญ่ก็จะต้องให้น้ำเกลือ
หรือให้
น้ำเหลืองไว้ก่อน จนกว่าจะทราบว่าผู้ป่วยหมู่เลือดอะไร
ยูนิตไหนที่เข้ากันได้
ผลดีอีกประการทีมีต่อร่างกายของผู้บริจาค
คือ จะทราบเลยว่าตัวเองนั้นเลือดเข้มข้นปกติ หรือเปล่า
เพราะเราต้องตรวจก่อนว่ามีเลือดมาก และเข้มข้นเพียงพอ
ซึ่งนั่นจะทำให้เราได้รับทราบถึง สภาพร่างกายทั่วไปด้วย
เช่น ความดันเป็นอย่างไร ปอด หัวใจเต้นปกติหรือเปล่า
นอกจากนั้นการ
เสียเลือดก็จะไปกระตุ้นให้ไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดออกมาใหม่
การบริจาคเลือดเหมือนการไปกระตุ้นให้ไขกระดูกทำงาน
และ สร้างเม็ดเลือดใหม่ออกมาตลอด เวลา จะทำให้ไขกระดูกรู้หน้าที่
เวลาที่เราเสียเลือดขึ้นมา ไขกระดูกก็จะรีบทำงานสร้างเม็ดเลือดใหม่ ๆ
ออกมาอยู่ในกระแสเลือด หล่อเลี้ยงร่างกายและทำให้ร่างกายแข็งแรงตลอดเวลา
..
ข้อดีมากมายอย่างนี้.. นอกจากจะได้สร้างบุญกุศลแล้ว
ยังเกิดผลดีต่อตัวเราเองอีก ด้วย.
ที่มา: http://campus.sanook.com/u_life/knowledge_04562.php
วันนี้หนูเพชรไปเติมเลือดมาค่ะ พบป้ายวันบริจาคโลหิตโลก วันที่ 14 มิถุนายน
ถึงแม้จะมีวันบริจาคเลือดทุกปี
แต่ก็มีน้อยคนที่จะทราบ
ก็เลยนำข่าวมาบอกกับ ชาว exteen ทุกท่านค่ะ
ขนาดหนูเพชรไปครั้งนี้ เลือดหลายๆกรุ๊ปยังขาดเลยค่ะ
เช่น พี่ขวัญ ก็ต้องรอเติมในวันจันทร์
วันที่ 14 นี้ ทุกท่านสามารถไปบริจาคได้ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านของท่านได้นะคะ
หากใครยังไม่เคยบริจาค จะให้วันนี้เป็นวันแห่งการเริ่มต้น
ในการทำความดีของทุกท่านก็ได้ค่ะ
บางคนกลัวเข็มใหญ่ๆ กลัวเจ็บ และ กลัวจะนาน
อันนี้ขอบอกว่า มียาชา และใช้เวลาไม่นานอย่างที่คิดค่ะ
จะบอกว่าไม่เจ็บก็คงไม่ใช่ก็ดูจะหลอกเด็กเกินไป
(แต่บางคนก็บอกไม่เจ็บ)
แต่จะบอกว่า พี่ๆไปบริจาคแป๊บๆก็เสร็จค่ะ
แต่หนูเพชร พี่ขวัญ หรือคนที่ต้องเติมเลือดทุกคน
ต้องใช้เวลาในการเติม 4-8 ชม ค่ะ (หรืออาจจะมากกว่านั้น)
เพราะเวลานำเข้าร่างกาย เราต้องค่อยๆให้มันหยด ไม่งั้นหัวใจจะทำงานหนักค่ะ
แถมพี่ๆยังโชคดีที่นานๆที จะบริจาคตามจิตศรัทธา
แต่พวกเรา ที่ต้องรับเป็นประะจำ ถ้าไม่มีก็อด และรอคอยค่ะ
เป็นเรื่องหน้าเศร้า ที่เคยผ่านมาในชีวิตก็คือ น้องที่เป็นผู้ป่วยธาลัสซีเมียเหมือนกัน
เสียชีวิตเพราะไม่มีเลือดให้เติม







อายุ 17 ซะที...รอเวลานี้มานานแล้ว !!!

U P ✖ ✖
ดูแลสุขภาพนะคะพี่เพชร
#1 By ire_u on 2009-06-13 00:04